Tips7…กลยุทธ์การผลิต Content ให้เห็นภาพ

เมื่อเราลองมองย้อนกลับไปสัก 1 – 2 ที่ผ่านมา การันตีได้เลยว่าคนที่อยู่ในวงการ Online Marketing จะต้องเคยได้ยินคำว่า Content Is King ถือว่าเป็นคำที่มาแรงมากๆ สืบมาจนทุกวันนี้ หลายๆท่านจึงบังเกิดปิ๊งไอเดียในการคิดค้นกลยุทธ์ใหม่ๆ เพื่อสนับสนุนการทำ Content Marketing เนื่องจากเหตุผลที่ว่า “ทำการตลาดดีแค่ไหน แต่คอนเทนท์ไม่ดี ทำไปก็เปล่าประโยชน์” เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ผู้คนก็มีวิธีการเลือกรับข้อมูลข่าวสารที่เปลี่ยนแปลงไป โดยคนจะเริ่มเบื่อหน่ายกับการโฆษณาด้วยเทคนิคซ้ำๆเดิมๆที่เน้นขายของ ขายของ แล้วก็ขายของ จนเลือกที่จะปิดช่องทางการรับรู้นั้นไปเสียเลย ทั้งนี้เจ้าของสินค้าจะต้องใช้กลยุทธ์ต่างๆในการทำ Content Marketing เพื่อการกระจายข่าวสาร โฆษณา ประชาสัมพันธ์สินค้าและโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างตรงจุดได้มากที่สุด ด้วยการผลิต Content ที่มีเนื้อหา มีประเด็นที่น่าสนใจ สามารถดึงดูดความสนใจ และสร้างปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมายได้ แล้วจึงนำไปสู่กระบวนการทำกิจกรรมอื่นๆที่จะเป็นผลทางธุรกิจในระยะยาว โดยการผลิต Content จะเหมือนเป็นจิตวิทยาให้กลุ่มเป้าหมายรับรู้ว่า นี่ไม่ใช่การขายของ หรือเป็นการขายโดยไม่ขายกันเเบบซึ่งๆหน้า มันจะเป็นการทำให้กลุ่มเป้าหมายมีทัศนคติที่ดีกับเรามากขึ้น … ต่อไปมาดูกันว่าเราจะผลิต Content ยังไงให้ กลุ่มเป้าหมายเห็นภาพได้อย่างชัดเจนที่สุด …   1.…

ทำไม Like Page เพียบ … แต่ที่เงียบคือ Like Post ?

ทำไม Like Page เพียบ … แต่ที่เงียบคือ Like Post ? เคยสงสัยกันมั๊ยว่าร้านค้าออนไลน์หรือแฟนเพจต่างๆบน Facebook มียอดไลค์มหาศาล หลายพัน หลายหมื่นไลค์ แต่ทำไม๊ ทำไม Post ต่างๆในแฟนเพจนั้นถึงมีคนไลค์อยู่แค่หยิบมือ ให้พูดกันตามตรงเลยก็คือ ช่วงที่ผ่านมานั้น Facebook ได้มีการจัดระเบียบสังคมออนไลน์ใหม่ทำให้มีคนเข้าถึงน้อยลงกว่าเดิมมากๆ เนื่องจาก ทาง Facebook ต้องการบีบให้โพสต์ขยะ โพสต์ที่มันไม่มีคุณภาพ บนโครงข่ายของเขาให้น้อยลงกว่าเดิม และแถมท้ายอีกนิดนึงนะคะ นี่อาจจะเป็นกลยุทย์ใหม่ที่เปิดมาใช้เพื่อบีบบรรดาเจ้าของร้านขายของออนไลน์บนเฟสบุ๊ค หรือบรรดาเจ้าของแฟนเพจต่างๆ หันมาซื้อโฆษณา เฟสบุ๊ค ในการโปรโมทโพสต์ (promote post) กับทางเฟสบุ๊คก็เป็นได้ แต่ถ้ามองในแง่บวกหน่อย บางที Facebook ก็อาจจ้องการให้เจ้าของแฟนเพจ โพสต์เนื้อหาที่มันมีคุณภาพถึงจะมีคนเห็นโพสต์ คำถาม ? แล้ว Facebook ใช้อะไรในการวัดคุณภาพ? คำตอบคือ ทาง Facebook จะมีเครื่องมือตัวหนึ่งที่เรียกว่า “EdgeRank” โดยเครื่องมือตัวนี้มันจะมีการนำปัจจัยต่างๆมาคำนวณรวมๆกัน เช่น อัตราการกดไลค์…

การเพิ่มอันดับ SEO ด้วยวิดีโอบน YouTube

อย่างที่หลายคนทราบกันดีอยู่แล้วว่า Youtube เป็นเครื่องมือที่มีผู้ใช้ในการค้นหามากเป็นอันดับ 2 ของโลก นั่นหมายความว่านอกเหนือจาก Google (ซึ่งเป็นเจ้าของ YouTube) แล้วก็จะเห็นได้ว่ายอดการใช้งาน Google ในแต่ละเดือนก็ไม่ได้มากไปกว่า Youtube เลย ในความเป็นจริงสถิติล่าสุดแสดงให้เห็นได้เลยว่า Google สามารถดึงดูดใจผู้คนให้เข้ามาได้ประมาณ 1.1 พันล้านคนต่อเดือน โดยที่ไม่ซ้ำกันในส่วนของ YouTube ก็จะมีประมาณ 1 พันล้านคนต่อเดือน ซึ่งมีปริมาณมากกว่า Facebook, Yahoo, Amazon, วิกิพีเดีย, Twitter, Bing และเว็บไซต์ยอดนิยมอื่น ๆ เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่มักจะเน้นไปที่การทำ SEO ที่เป็นแบบเดิมๆ โดยเป็นการเพิ่มโอกาสที่คนจะคลิกเข้าไปดูหน้าเว็บ หน้าบล็อค หน้าเพจ แต่พวกเข้าไม่เคยนึกถึง video SEO and YouTube rankings เลยแม้ว่า Youtube จะเป็นเครื่องมือที่ใช้ค้นหาที่ติดอันดับ 2 ของโลก สิ่งที่เราต้องรู้คือ กลุ่มคนทั่วๆไปนั้นมักตอบรับกับสิ่งที่มากระตุ้นการมองเห็น เช่น วิดีโอสั้นๆ ภาพเคลื่อนไหว หรือรูปภาพ มากกว่าตัวอักษรยาวๆ ด้วยเหตุนี้การทำ SEO ด้วย Video จึงเป็นเครื่องมืออีกอย่างหนึ่งที่มีประสิทธิภาพและสามารถตอบโจทย์ในการช่วยเพิ่มอันดับในการทำ SEO ของคุณได้อย่างรวดเร็ว เมื่อพูดถึงการทำวิดีโอหลายธุรกิจคง เมินหน้าหนี เพราะคิดว่าเป็นสิ่งที่ค่อนข้างยุ่งยาก แต่จริงๆแล้ว หากเป็นธุรกิจขนาดเล็กนั้นไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณมากอย่างที่คิด โดยอาจจะทำเป็นวิดีโอเล็กๆ ประเภท How-To ก็ได้หรืออาจจะใช้วิธีการแชร์วิดีโอไปยังสื่อโซเชียลมีเดียอื่นๆ เช่น Twitter  Facebook fanpage หรือช่องทางอื่นๆ ก็จะช่วยให้มีคนเข้ามาดูวิดีโอเพิ่มมากขึ้นพอๆ กับการ ไลค์ แชร์ และรีทวีต สุดท้ายการทำการตลาดผ่านวิดีโอ นั้นจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของ SEO ให้มีอันดับที่สูงขึ้น เพราะมันจะช่วยให้อันดับในการค้นหาจากคนทั่วไปเพิ่มสูงขึ้น ช่วยดึงดูดลูกค้ารายใหม่ๆเข้ามา และยังคงรักษาฐานลูกค้าเก่าเอาไว้ให้กับธุรกิจของคุณได้อีกด้วย

สำคัญแค่ไหน?แล้วทำไมต้องทำContent Marketing

            ในชีวิตประจำวันทุกคนย่อมมีความต้องการในการเสพสื่อต่างๆ ทั้งแฟชั่น ข่าวสาร การเมือง ช้อปปิ้ง ผ่านสื่อมีเดียต่างๆโดยเฉพาะโซเชียลเน็ตเวิร์คที่กำลังฮอตฮิตกันในปัจจุบันอย่างเช่น Facebook Instagram Twitter ทั้งนี้ก็เพื่อตอบสนองความต้องการส่วนตัว หรืออาจจะแก้เหงาระหว่างการเดินทางไปทำงาน หากเราสังเกตุให้ดีๆจะเห็นได้ว่าการติดตามสื่อต่างๆไม่ว่าจะเป็นข่าวสาร การเมือง เรื่อง โฆษณาขายสินค้า หรืออะไรต่างๆมักจะอยู่ในรูปของบทความเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งบทความเหล่านั้นก็มักจะมีการแฝงโฆษณาเข้ามา บ้างก็ทำได้แนบเนียน ทำให้ผู้อ่านเกิดความสนใจในแบรนด์สินค้าจดจำในตราผลิตภัณฑ์ได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ แต่บ้างก็เน้นการโฆษณาแบบโจ่งแจ้งจนทำให้ผู้อ่านรู้สึกได้ถึงความเบื่อหน่ายที่โดนยัดเยียดโฆษณาให้ แล้วมีความรู้สึกอยากจะปิดๆเนื้อหานั้นไปทันที           นักการตลาดปัจจุบันโดยเฉพาะในการทำการตลาดออนไลน์ ตีโจทย์แตกเสมอว่าคนในสังคมเมืองทุกวันนี้ต้องการอะไร ใช้ชีวิตอยู่กับอะไร แล้วจะหาช่องทางในการทำการตลาดอย่างไรให้ถึงมือลูกค้าได้อย่างแยบยล และผลลัพธ์ที่ได้ออกมาคือ การแฝงโฆษณาไปกับบทความสาระประโยชน์นั่นเอง ทุกวันนี้การทำการแข่งขันบนตลาดออนไลน์ค่อนข้างดุเดือด มีการสู้กันมาด้วยวิธีต่างๆมากกมาย จนหลายฝ่ายเพิ่งเห็นทางออกว่า การมีสื่อโซเชียลมีเดียวหรือการมีสื่อต่างๆในการติดต่อกับลูกค้า แต่หากไม่มี Content ที่สมบูรณ์มากพอก็ไม่สามารถล็อคใจลูกค้าเอาไว้ได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเท่ากับว่า การทำช่องทางการตลาดที่ดีจะไม่มีประโยชน์เลยหากตัว Content ที่จะใช้สื่อสารกับลูกค้ามันไม่มีประสิทธิภาพ และนี่ก็เป็นอีกเหตุปัจจัยหนึ่งที่นักการตลาดออนไลน์หันมาให้ความสนใจกับรูปแบบของการทำ Content ให้ Complete มากขึ้น!!   คำถามคือ Content ที่ Complete มันลักษณะเป็นอย่างไรล่ะ?     การที่เราจะเขียนบทความเพื่อการตลาดออกมาได้ เราต้องทำความเข้าใจและศึกษากลุ่มเป้าหมาย ดูว่าเขาต้องการเสพ Content แบบไหนมากที่สุด…

Social Media อะไรที่ “ใช่” กับแบรนด์ของคุณ

Social Media มักจะถูกใช้ในการพบปะ ติดต่อ พูดคุยกันเสียส่วนใหญ่ แต่ก็มีเจ้าของแบรนด์จำนวนไม่น้อยที่ใช้ช่องทางนี้ในการสร้างแบรนด์ เนื่องจาก Social Media ก่อให้เกิดการรับรู้ได้อย่างรวดเร็ว จึงทำให้หลายๆ แบรนด์โด่งดังในโลกออนไลน์ได้อย่างง่ายดาย มาดูกันว่า Social Media ต่างๆ จะนำมาช่วยในการ PR ให้กับแบรนด์ของคุณได้อย่างไร Facebook ช่องทางนี้จะช่วยให้แบรนด์ของคุณเกิดการรับรู้ได้อย่างกว้างขวาง เพราะเป็น Social Media ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุด คุณสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้โดยตรงผ่านการกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ให้ผลอย่างแม่นยำ ช่วยสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างคุณกับลูกค้า และช่วยโปรโมทเว็บไซต์ของคุณให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น Instagram ช่องทางนี้เหมาะสำหรับแบรนด์ที่ต้องนำเสนอผ่านรูปภาพเป็นหลัก เช่น เสื้อผ้า เครื่องประดับ รองเท้า แว่นตา ฯลฯ ผู้ใช้ส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิง Google+ ช่องทางนี้จะช่วยให้ลูกค้าค้นพบแบรนด์ของคุณเมื่อพวกเขาค้นหาสินค้าและบริการผ่าน ทาง Google โดยคุณสามารถเพิ่มรูปถ่ายที่สวยงามเพื่อดึงดูดความสนใจจากลูกค้าได้ ผู้ใช้ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชาย ที่ทำอาชีพเกี่ยวกับเทคโนโลยีและอุตสาหกรรม Pinterest ช่องทางสำคัญที่จะช่วยให้แบรนด์ของคุณเข้าถึงกลุ่มผู้หญิงได้เป็นอย่างดี เหมาะอย่างยิ่งสำหรับแบรนด์ที่ทำเกี่ยวกับเรื่องความสวยความงาม เช่น เสื้อผ้า เครื่องประดับ เป็นต้น LinkedIn ช่องทางนี้เหมาะสำหรับการสร้าง “Connections” ให้กับแบรนด์ของคุณ…

Email Marketing การทำการตลาดด้วยบริการส่งข่าวสารผ่าน Email

นอกจากการทำการตลาดออนไลน์ผ่าน Search Engine อย่าง Google และ Social Media ที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว ก็ยังมีการทำการตลาดอีกรูปแบบหนึ่งที่สามารถทำได้รวดเร็วและให้ผลลัพธ์ดีไม่แพ้กัน ซึ่งเป็นรูปแบบโฆษณาที่มีการใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน และแนวโน้มความนิยมจะทวีคูณมากยิ่งขึ้น นั่นก็คือ การทำการตลาดผ่านระบบอีเมล หรือ Email Marketing เรามาทำความรู้จักกับคำว่า EMail Marketing กันก่อนดีกว่า EMail Marketing เป็นการทำการตลาดโดยใช้อีเมลเป็นสื่อกลาง ที่ใช้ในการประชาสัมพันธ์ อัพเดทข่าวสาร โปรโมชั่น หรือส่วนลดพิเศษประจำเดือน ให้สมาชิกหรือลูกค้าของบริษัทได้ทราบข้อมูลอย่างรวดเร็ว ซึ่งการทำการตลาดผ่านอีเมลที่ดีและถูกต้องนั้น ผู้ทำ  EMail Marketing จะต้องทำให้ผู้รับอีเมลมีความยินยอมและอนุญาตให้ส่งข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ไปยังผู้รับด้วยความสมัครใจ อีเมลที่ส่งไปเหล่านี้ก็จะไม่ถูกมองว่าเป็น Spam Mail และผู้ทำ EMail Marketing ก็สามารถตรวจสอบ วัดผลการส่งอีเมลทุกฉบับโดยการเข้าไปดูสถิติจาก “รายงานการส่งอีเมล” ที่ส่งออกไปหาลูกค้าว่ามีการเปิดอ่านกี่ฉบับ คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ หรือ อีเมลไหนที่ได้รับความนิยม      การส่งอีเมลให้กับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้ผู้อ่านเกิดความรู้สึกที่ดีกับธุรกิจของท่าน เพราะเขาได้รับข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสามารถเป็นทางเลือกแรกๆ ให้กับกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการในการเข้าถึงข้อมูล หรือผู้ที่มีความต้องการจะซื้อสินค้าในช่วงเวลานั้น และเมื่อท่านสามารถกำหนดกลุ่มผู้อ่านที่ต้องการส่งอีเมลไป ก็มีเปอร์เซ็นที่สูงมากกว่า ผู้อ่านนั้นจะเป็นผู้ที่สนใจในข้อมูลนั้น และกลายมาเป็นลูกค้าที่จงรักภัคดีของท่านในที่สุด      นอกจากนี้แล้ว EMail Marketing ยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการรักษาฐานลูกค้า โดยใช้ติดตามลูกค้า ในส่วนบริการหลังการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย เพราะนอกจากจะช่วย รักษาความสัมพันธ์ ระหว่าง บริษัทแล้ว ยังช่วยสร้าง Brand และทำให้ลูกค้ารู้สึกมั่นใจในการบริการมากขึ้น ว่าเราห่วงใย ดูแลใส่ใจเขา ดังนั้นการรส่งอีเมลไปหาลูกค้าสม่ำเสมอ จึงสามารถช่วยรักษาสายสัมพันธ์ที่ดีระหว่างบริษัทกับลูกค้าได้เป็นอย่างดีด้วยนะ…

ข้อควรรู้ ก่อนที่เพจของคุณจะถูกลืม

เป็นที่ทราบกันดีว่าปัจจุบัน Facebook ได้มีการคัดกรอง Content บนหน้า New feed ของผู้ใช้งานอย่างเข้มงวด โดยเลือกสรรเฉพาะ Content ที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับผู้ใช้งานเท่านั้น รวมทั้งจำกัดการโฆษณาที่เกาะกินพื้นที่ของผู้ใช้งานให้น้อยลง เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถใช้พื้นที่บน Facebook ได้อย่างอิสระ และได้รับรู้ข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งานจริงๆ จากข้อจำกัดที่กล่าวมานั้น คงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมเมื่อเราโพสข่าวสาร โฆษณาขายสินค้า หรือโปรโมชั่นต่างๆ ในเพจของเรา โดยไม่ใช้ Facebook Ads จึงมียอด reached ลดลง และบางครั้งก็ลดลงอย่างฮวบฮาบจนน่าตกใจ เช่น จากเดิมเคยมียอด reached 20% ก็เหลือเพียงแค่ 2% เท่านั้น แต่การรับมือกับวิกฤตนี้ไม่ใช่เรื่องยาก ซึ่งสามารถทำได้ดังนี้ สร้าง Content ให้โดนใจ ปัจจุบันพฤติกรรมของผู้ใช้งาน Facebook มักจะเลือกเสพเฉพาะ Content ที่มีประโยชน์และน่าสนใจมากกว่า Content ที่มุ่งแต่การขายของเพียงอย่างเดียว และที่สำคัญ Facebook จะทำการจัดอันดับเพจที่น่าสนใจ ซึ่งประเมินจาก Engagement ของผู้ใช้งานที่มีต่อเพจ เพจใดที่มีความน่าสนใจมากก็ถูกนำมาโชว์บนหน้า New…

การหา Traffic เข้าสู่เว็บไซต์ หัวใจสำคัญของตลาดออนไลน์

ว่ากันด้วยเรื่องของการ การหา Traffic เข้าสู่เว็บไซต์นั้น มีความสำคัญอย่างไร และทำไมถึงต้องมีการระดมการหา Traffic ด้วยล่ะ??? ต้องบอกก่อนเลยว่าการรวมรวม Traffic มีความสำคัญเป็นอย่างมากต่อการทำเว็บไซต์ และเป็นหัวใจสำคัญของการทำการตลาดออนไลน์ เพราะมันจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจของคุณนั่นเอง ซึ่งการรวบรวม Traffic สามารถทำได้หลากหลายวิธีขึ้นอยู่กับความถนัด ลูกเล่น และความปราดเปรียวในโลกดิจิตอลของแต่ละบุคคล                 ตัวอย่างการหา Traffic แบบใสใสต้องอาศัยความพยายามหน่อยนั่นคือ การทำ SEO พยายามปั่นให้เว็บไซต์ของเรามาปรากฏตัวอยู่ในอันดับต้นๆของหน้า Google Search   ด้วยการใช้ Content ที่มีคุณภาพ เพราะเป็นโอกาสที่ดี ที่ผู้เยี่ยมชมจะคลิกเข้ามาสู่หน้าเว็บไซต์ของเรานั่นเอง หรืออีกช่องทางหนึ่งในการเก็บ Traffic คือการใช้โซเชียลมีเดีย นึกภาพง่ายๆอย่างเช่น การโพสต์ หรือแชร์ หัวข้อข่าวหรือกระทู้ต่างๆจากเว็บไซต์ข่าวเดลินิวส์ หรือเว็บบอร์ดชื่อดังอย่าง พันทิป.คอม โดยจะพาดหัวข้อที่สั้นๆ ดึงดูดใจเพื่อให้คนที่เห็นทำการคลิกเข้าไปอ่านซ้ำๆ และนี่ก็เป็นอีกทางหนึ่งในการเก็บ Traffic ที่มีคุณภาพ เป็นต้น ไม่ใช่การไปร่อนโปรโมทตัวเองตามเว็บบอร์ด เพราะนั่นจะทำให้เกิดความรำคาญต่อผู้ใช้งานทั่วไป ในการทำเว็บ คนที่ทำเว็บจำเป็นที่จะต้องรู้ และเชี่ยวชาญเกี่ยวกับช่องทางรวมถึง รู้แหล่งในการหาTraffic เพื่อให้มีคนคลิกเข้ามาสู่หน้าเว็บ โดยจุดประสงค์อาจจะเพื่อประชาสัมพันธ์ หรือเพื่อขายของ…

ควรรู้!…เหตุใดที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าของเรา

การที่คนๆหนึ่งจะซื้อสินค้าออนไลน์มาจากเหตุใดกันบ้าง วันนี้นิภาของเรานำเสนอข้อมูลจากการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ปี 2557 (Thailand Internet User Profile 2014) โดย สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) สำนักงานสวทช. มาให้ผู้ที่กำลังทำธุรกิจออนไลน์ได้สังเกตร่วมกันครับ จากสถิติดังกล่าวนั้นสรุปออกมาว่า ปัจจัยที่มีผลต่อการซื้อสินค้าของผู้บริโภคเป็นอันดับหนึ่งเลยนั่นคือ ‘โปรโมชั่น’ ซึ่งมีถึง 72 เปอร์เซ็นต์ของผู้ให้การสำรวจทั้งหมดกว่าหนึ่งหมื่นหกพันคน กิจกรรมโปรโมชั่นนี้ยังมาแรงแซงเทคนิคทุกสิ่งเช่นเคย เราเข้าใจผลข้อนี้เป็นอย่างดี เพราะน้อยคนนักจะไม่ชอบของลดแลกแจกแถม ที่ล่อตาล่อใจเราอยู่เสมอ บางคนที่ไม่เคยซื้อสินค้านั้นๆเลยก็หันมาซื้อเพราะเห็นโปรโมชั่น หรือผู้ประกอบการบางรายได้ลูกค้าใหม่ๆก็จากการจัดโปรโมชั่นดีๆนี่ล่ะ เพราะฉะนั้น ผู้ทำธุรกิจออนไลน์ควรสนใจเรื่องของโปรโมชั่นเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการวางแผนที่นอกจากจะคืนกำไรให้ลูกค้าแล้วต้องคิดว่าจะได้ลูกค้าใหม่จากกิจกรรมนี้อย่างไรด้วย ..ถือว่าจะยิงปืนทั้งที ต้องได้นกชนิดใหม่มาด้วยนะ! แต่ลำดับถัดมาที่มีเปอร์เซ็นต์สูงไล่เลี่ยกันถึง 67 เปอร์เซ็นต์ คือ ‘การอ่านข้อมูลในเว็บไซต์หรือหน้าร้านออนไลน์’ พอรู้ถึงข้อนี้แล้ว สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องทำเลยนั่นคือ ใส่ใจเว็บไซต์หรือหน้าร้านออนไลน์ในช่องทางต่างๆของคุณให้มาก อย่าปล่อยให้มันรกร้าง ไม่อัพเดท หรือไม่น่าสนใจเด็ดขาด… เพราะทุกสิ่งในร้านออนไลน์ของคุณมีผลสำคัญให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อหรือไม่ซื้อ …รูปแบบของร้านออนไลน์ที่น่าสนใจ อ่านง่าย และที่สำคัญคือมีปฏิสัมพันธ์โต้ตอบกับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอด้วยจะมีผลให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้า เพราะอย่าลืมว่าแม้จะเป็น..โลกออนไลน์ แต่ลูกค้าของคุณก็เป็นคนเป็นๆนี่แหละ ซึ่งพวกเขาก็ต้องการจะมั่นใจว่าเขากำลังซื้อของกับคนตัวเป็นๆจริงๆเช่นกัน..! …ขายของออนไลน์สะดวกเพราะสามารถมีเวลาไปทำอย่างอื่นได้…ก็จริงครับ แต่เราควรใส่ใจร้านออนไลน์ของเราให้..มากพอ..ด้วย ไม่งั้นการลงทุนของคุณจะเสียเปล่าได้ ขายของออนไลน์ไม่ยากครับ แต่เราต้องใส่ใจและมีเทคนิคกับมันเสียหน่อยล่ะ    …

Youtube ยอดใช้พุ่ง!! คนไทยใช้สูงถึงวันละกว่าล้านชั่วโมง

ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่นิยมการชมคลิปวิดีโอผ่านทางเว็บไซต์ YouTube เป็นอย่างมาก จากสถิติพบว่าในแต่ละวันคนไทยใช้เวลากับคลิป YouTube รวมมากถึง 1 ล้านกว่าชั่วโมงต่อวัน และมากกว่า 1,000 ล้านครั้งต่อเดือน ส่วนใหญ่เป็นการรับชมเนื้อหาเพื่อความบันเทิง อาทิ รายการโทรทัศน์ ละคร ภาพยนตร์ เพลง จากสถิตินี้จะทำให้เห็นถึงความน่าสนใจในการทำการตลาดผ่าน Youtube หลายประการ ดังนี้ 87% ของคนไทยเปิด Youtube เป็นสื่อแรกเมื่อต้องการหาวีดีโอ และ 1 ใน 3 ของผู้ชมชาวไทย เปิดดูจากอุปกรณ์สื่อสารไร้สาย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมผู้บริโภคในรูปแบบ Mobile First ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย 50% ของคนไทยที่ใช้งาน Youtube จะเปิดทีวีควบคู่ไปกับใช้งานอินเทอร์เน็ต ส่วนหนึ่งมาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เสพ Content ได้เปลี่ยนจาก Main Screen เข้าสู่ Multi Screen มากขึ้น และ Youtube เป็นช่องทางที่สำคัญในการตอบโจทย์ผู้บริโภคที่อยากเห็น อยากแชร์ แบบครบวงจรในเวลาเดียวกัน อีกทั้งเป็นเครื่องมือให้กับแบรนด์ในการแสดง Real…